วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

ทรูเปิดร้านค้าออนไลน์หวังสร้างชุมชนอี-คอมเมิร์ซ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บูธ ทรู เวิล์ด ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในงานไอซีที เอ็กซ์โป 2005 ณ ศูนย์การแสดงสินค้า อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการแนะนำบริการร้านค้าออนไลน์ Weloveshopping.com ที่เป็นเหมือนชุมชนของผู้ขายสินค้าระดับ ขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ กลุ่มเอสเอ็มอี กว่า 2,000 ร้านค้า ให้ได้มีโอกาสและช่องทางในการพบกับผู้บริโภค โดยจัดทำในรูปแบบหน้า ร้านออนไลน์ และเวอร์ชวล มอลล์ ขณะนี้ กำลังอยู่ในช่วงเบต้า เวอร์ชัน และคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 16 ส.ค. 2548 นี้นางสาวมนสินี นาคปนันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายแอ็คเซส โซลูชั่น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวความคิดในการจัดทำเว็บไซต์ Weloveshopping.com มาจาก 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ การสร้างประสบการณ์ในการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ ด้วยหน้าเว็บที่สนุก และได้มีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนออนไลน์ กิจกรรมส่งเสริมการขาย และ แนวคิดของการบริการลูกค้า ได้แชทกับเพื่อน หรือ ปรึกษาพูดคุยกับผู้ขายสินค้า โดยจากการวิจัยพบว่า ผู้ประกอบการต้องการเว็บไซต์ที่ลงทุนน้อย ใช้งานง่าย และมีคนช่วยสร้างในระยะเริ่มต้นผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายแอ็คเซส โซลูชั่นฯ ทรู กล่าวอีกว่า เว็บไซต์นี้จะช่วยให้ผู้ค้าก้าวสู่ ตลาดออนไลน์ และได้คอลเซ็นเตอร์ไว้บริการลูกค้า อีกทั้ง สามารถขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศ หรือ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ด้วยค่าบริการเริ่มต้น 500 บาทในเดือนแรก เดือนต่อไป 200 บาท/เดือน มีหน้าร้านบนเว็บให้เลือก 30 แบบ โดยทรูจะเริ่มแนะนำไปยังกลุ่มลูกค้า เอสเอ็มอีของทรูเอง และออกโรดโชว์ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ๆ ต่อไปด้าน นายอติรุฒม์ โตแสนทวีสุข กรรมการผู้จัดการฝ่าย ออฟฟิศ/เอสเอ็มอี โซลูชั่น และไวร์เลส แอ็คเซส บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเว็บท่า www.weloveshopping.com ว่า ถือเป็นนวัตกรรมแรกของทรู ที่สร้างเว็บท่า “Web Portal” และเป็นหนึ่งในบริการจากระบบการตลาดครบวงจร ที่ช่วยแนะนำสินค้าและบริการ ไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายผ่านทางหน้าร้านออนไลน์ ที่ผ่านมาการซื้อ-ขายสินค้าและบริการออนไลน์มีน้อยมาจาก 1.ผู้ที่จะขายสินค้าขาดความน่าเชื่อถือ หรือไว้ใจได้ 2.การชำระเงินขาดความปลอดภัย 3.ผู้ซื้อไม่มีโอกาสได้เห็นสินค้า และ 4.ผู้ประกอบการมีไม่มาก สินค้ามีน้อย ไม่ดึงดูดให้คนมาซื้อกก.ผจก.ฝ่าย ออฟฟิศ/เอสเอ็มอี โซลูชั่นฯ ทรู กล่าวต่อว่า ทรูจึงนำสิ่งเหล่านี้มาคิดหา ทางว่าจะทำอย่างไร ให้คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาซื้อของออนไลน์มากขึ้น ได้แก่ 1.สินค้าที่จะนำมาขายต้องหลากหลาย แปลกใหม่ หายาก 2.ใช้ความน่าเชื่อถือของบริษัท ทรูฯ มาทำให้ผู้ซื้อเกิดความมั่นใจว่า ถ้าซื้อของจากเว็บนี้แล้ว จะได้รับสินค้าตรงเวลา แน่นอน และ 3.ช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย ทั้งชำระผ่านธนาคาร บัตรเครดิต ที่ทรูได้รับการรับรองจากวีซ่า และการชำระเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม อีกทั้ง ระบบการจัดส่งสินค้าที่ดีตรงเวลา นายอติรุฒม์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตัวเว็บไซต์ก็ต้องสร้างความดึงดูดให้กับผู้ที่เข้ามาชม เว็บต้องใหม่ ข้อมูลอัพเดทตลอด เปลี่ยนจากเว็บไซต์ที่มีแต่ตัวหนังสือ กลายมาเป็น เวอร์ชวล มอลล์ที่สนุกสนาน ผู้ที่เข้ามาใช้ใหม่ต้องเข้าใจง่าย การเสนอสินค้าต้อง อินเทรนด์ ตามกระแสเทคโนโลยี มีการประมูลออนไลน์สำหรับสินค้าหายากๆ คนที่ไม่เคยเข้ามาซื้อหากต้องการข้อมูลก็มี “ช็อป บัดดี้” ที่คอยให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง หรือ หากไม่สะดวกก็มี คอลเซ็นเตอร์คอยตอบปัญหาให้ สำหรับ วัยรุ่น ก็มีส่วนเป็นเหมือนอวาต้าร์ ที่ลูกค้าสามารถสร้างบุคลิกเสมือนจริงอยู่บนเวอร์ชวล มอลล์ ในการแลกเปลี่ยน พูดคุยกับคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน ทำให้ได้ข้อมูลที่ไม่มีอคติ สำหรับการตัดสินใจอีกด้วยกก.ผจก.ฝ่าย ออฟฟิศ/เอสเอ็มอี โซลูชั่นฯ ทรู กล่าวด้วยว่า ด้วยฐานลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอี ที่เป็นลูกค้าของทรูกว่าร้อยละ 60 ของผู้ประกอบการทั้งหมด 150,000 ราย ผนวกเข้ากับบริมาณของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นคาดว่าใน 2-3 ปีนี้ การทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ น่าจะสำเร็จให้เห็นได้ แม้ว่าผู้ประกอบการรายอื่นอาจมองว่า สิ่งเหล่านี้ไม่อาจเป็นจริงได้ แต่ทรูก็มองว่านี่คือโอกาสของทรูที่จะได้ลงมือทำมากกว่า

ที่มา : ไทยรัฐ

เว็บไซต์อีคอมเมิร์ท

เว็บไซต์ e-commerce ในประเทศไทย

จากการสำรวจเว็บไซต์ของประเทศจำนวน 6,460 เว็บไซต์ (.com จำนวน 4,400 เว็บไซต์ และ.co.th จำนวน2,060 เว็บไซต์)ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษาคม ปี 2544 พบว่า มีเว็บที่สามารถใช้งานได้จริง 3,765 เว็บไซต์ และในจำนวนนั้นมีเพียง430 เว็บไซต์ (.com 386 เว็บไซต์ และ .co.th44 เว็บไซต์ )ที่ประกอบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นก้าวหน้าหรือคิดเป็นประมาณ 11% ถ้าแบ่งตามประเภทโดเมนเนมและจะพบว่า.com เป็นที่นิยมในการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากกว่า .co.th โดยเปรียบเทียบกับสัดส่วนของเว็บไซต์ .co.th ที่ประกอบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แค่ 5% เมื่อเทียบกับ 13% ของเว็บไซต์ .com กลุ่มอุตสาหกรรมที่ทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม และเครื่องสำอาง ธุรกิจจำหน่ายดอกไม้ แสะอุตสาหกรรมหัตถกรรม

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

เซิ้งบั้งไฟ

เซิ้งบั้งไฟ เป็นประเพณีและพิธีกรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล จากคตินิยมและความเชื่อเรื่องตำนานพญาคันคาก (คางคก) ซึ่งเป็นทั้งวรรณกรรมมุขปาฐะและวรรณกรรมจารึก อีกเรื่องหนึ่งคือ ตำนาน “ท้าวผาแดง – นางไอ่คำ” ซึ่งปราชญ์ชาวอีสาน ได้แต่งวรรณกรรมจากสังคมและความเป็นอยู่ของชุมชนชาวขอม


การเซิ้งบั้งไฟ ถือว่าเป็นประเพณีที่ชุมชน ชาวอีสานสืบทอดกันมาพร้อมกับประเพณีการจุดบั้งไฟ คือก่อนที่จะทำบั้งไฟเพื่อจุดถวายพญาแถนบนสวรรค์ ชาวบ้านจะรวมตัวกันออกเซิ้ง(คือ การร้องหรือจ่ายกาพย์ประกอบการฟ้อน) ไปรอบๆหมู่บ้านหรือชุมชนใกล้เคียง เพื่อบอกบุญขอรับไทยทาน เพื่อซื้อ ขี้เกีย (ดินประสิว) มาทำเป็น หมื่อ (ดินปืน) เพื่อบรรจุทำเป็นบั้งไฟ และจุดในพิธีขอฝนต่อไป


การเซิ้งบั้งไฟนั้นอาจจะเป็นผู้หญิงล้วน ชายล้วน หรือมีการสลับชายหญิงก็ได้ ท่าฟ้อนในการแห่บั้งไฟนั้นมีหลายท่า ยกตัวอย่างเช่น

ท่าฟ้อนของคุ้มบ้านใต้สามัคคี อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร มีอยู่ด้วยกัน 6 ท่า คือ ท่าไหว้ครู ท่านาคพ่นน้ำ ท่าม้วนเชือก ท่าแงงคีง(ท่าชมโฉมตนเอง) ท่าส่อนฮวก(ช้อนลูกอ๊อด) และท่ายูงรำแพน

ท่าฟ้อนของคุ้มบ้านท่าศรีธรรม อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร มี 13 ท่า คือ ท่าไหว้ครู ท่าเกี่ยวข้าว ท่าทวยเทพ ท่าแหวกม่านเข้าหอ ท่าเอิ้นบ่าว-อีแหลวเสิ่น ท่าประแป้ง ท่าเสือขึ้นภู ท่าปอบผีฟ้า-กาตบปีก ท่าบัวหุบ-บัวบาน ท่าสามก้าว ท่างามเดือน และท่าแผลงศร


การแสดงเซิ้งบั้งไฟนั้นมีหลายแห่งที่คิดประดิษฐ์ในรูปแบบต่างๆกัน แต่ผู้เขียนขอยกตัวอย่างเพียง 1 สถาบันดังนี้
ในปี พ.ศ.2525 นายจีรพล เพชรสม ผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ดในขณะนั้น รวมทั้งเหล่าคณาจารย์ คือ อ.ฉวีวรรณ พันธุ (ดำเนิน), อ.ทองคำ ไทยกล้า และ อ.ทรงศักดิ์ ประทุมศิลป์ อาจารย์สอนศิลปะพื้นเมือง แห่งวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด ได้ออกพื้นที่ไปศึกษาค้นคว้า เรื่องราวในงานประเพณีแห่บั้งไฟ จากบ้านสังข์สงยางและบ้านสีแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด และการเซิ้งบั้งไฟของชาวอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ มาสร้างสรรค์ผลงานทางนาฏศิลป์ เป็นชุดการแสดงที่มีชื่อว่า “เซิ้งบั้งไฟ” โดยการจำลองเหตุการณ์การแข่งขันบั้งไฟที่เมืองเอกธชีตา ในสมัยพระยาขอมเรืองอำนาจ โดยมีวัตถุประสงค์จะใช้กิจกรรมทางด้านนาฏศิลป์ สื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมรับรู้ถึงอดีตและความเป็นมา ของวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ และตลอดจนการมีส่วนร่วมในการสืบสานและเผยแพร่สู่อนุชนรุ่นหลังต่อไป


ตัวอย่างกาพย์เซิ้งบั้งไฟ

โอ เฮาโอศรัทธา เฮาโอ ขอเหล้าเด็ดนำเจ้าจักโอ
ขอเหล้าโทนำเจ้าจักถ้วย หวานจ้วยๆต้วยปากหลานชาย
เอามายายหลานชายให้คู่ ขั่นบ่คู่ตูข่อยบ่หนี
ตายเป็นผีกะสินำมาหลอก ออกจากบ้านกะสิหว่านดินนำ
หว่านดินนำกะให้แม่สาวย้าน..............................................


การแต่งกาย
การแต่งแบบชุดศรัทธา คือสวมเสื้อแขนกระบอกย้อมคราม มีการตกแต่งตัวเสื้อด้วยด้ายสีและกระดุมสีต่างๆ นุ่งโสร่งหรือผ้าซิ่นมัดหมี่คั่นต่อตีนซิ่น ที่เอวจะแขวนกระดิ่งหรือกระพรวนคอวัว สวมหมวกกาบเซิ้ง พาดสไบขิดสีแดงเฉียงไหล่ สวมส่วยมือ หรือถือร่มพื้นเมือง


ที่มา : http://www.isan.clubs.chula.ac.th/folkdance/index.php?transaction=roied06.php

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

วัดหลวงพ่อโสธร


อยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางปะกง เดิมชื่อว่า "วัดหงส์" สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อโสธร" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร ฝีมือช่างล้านช้าง ตามประวัติเล่าว่าได้ปาฏิหาริย์ลอยน้ำมา และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะดังที่เห็นในปัจจุบัน ทุกวันนี้จะมีผู้คนมานมัสการปิดทองหลวงพ่อโสธรกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพระอุโบสถหลังเก่าของวัดมีสภาพทรุดโทรม และคับแคบ ทางคณะกรรมการวัดจึงมีมติให้รื้อพระอุโบสถหลังเก่าและสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ โดยอัญเชิญพระพุทธโสธรองค์จำลองไปประดิษฐานไว้ ณ อาคารชั่วคราว เพื่อเปิดให้ประชาชนได้มานมัสการตามปกติ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยมีสำนักงานโยธาจังหวัดเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง ลักษณะพระอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ เวลาเปิดให้เข้านมัสการ วันธรรมดา 07.00 น.-16.15 น วันหยุด 07.00 น.-17.00 น.บริเวณวัดโสธรฯ มีบริการร้านค้าจำหน่ายอาหารและสินค้าของที่ระลึกจากจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนั้นบริเวณท่าน้ำของวัด มีบริการเรือหางยาวรับส่งผู้โดยสารระหว่างตลาดในตัวเมือง และวัดโสธรฯ และเรือบริการท่องเที่ยวลำน้ำบางปะกง

ข้อมูลโดย : http://www.thai-tour.com/thai-tour/Central/Chacheongsao/data/place/wat-sothron.html



ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ตลาดบ้านใหม่


ตลาดบ้านใหม่ ตั้งอยู่ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทราตลาดบ้านใหม่ เป็นตลาดเก่าอายุกว่า 100 ปี เป็นชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน เมื่ออดีตสถานที่แห่งนี้มีความคับคั่งด้วยผู้คนที่มาประกอบอาชีพค้าขาย รวมทั้งเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจะดูได้จากอาคารบ้านเรือนที่ปลูกสร้างติด ๆ กัน และอยู่ชิดริมน้ำ วันเวลาผ่านพ้นไปนานแต่ความสำคัญของตลาดริมน้ำแห่งนี้ก็ยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน ด้วยความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ อายุสถานที่ยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และยังคงสถาพเหมือนครั้ง รุ่นคุณปู่คุณย่าอาศัยพำนักอยู่ ซึ่งคนสมัย ณ ปัจจุบันจะได้ทราบเรื่องราวต่าง ๆ และชมภาพได้จากภาพยนตร์และละครย้อนยุค ของชุมชนชาวไทยจีนที่เข้ามาถ่ายทำที่ตลาดบ้านใหม่แห่งนี้ เช่น ละครเรื่องอยู่กับก๋ง, เจ้าสัวสยาม, ภาพยนตร์เรื่องนางนาค ฯลฯ นอกจากตลาดบ้านใหม่เป็นสถานที่สำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ และละครยอดนิยมแล้ว ยังเป็นแหล่งอาหารอร่อย ขนมและของขบเคี้ยวนานาชนิด เป็นที่รวบรวมอาหารรสเด็ดของแปดริ้ว ทั้งอาหารจีน อาหารไทย ที่มีรสชาติตามมาตรฐานอาหารของแต่ละชาติ มีร้านกาแฟโบราณรสชาติเข้มข้นหอมหวาน เป็นที่รวบรวมของฝากที่ต้องแวะซื้อเป็นของฝากก่อนกลับบ้านทุกครั้ง เมื่อปี 2547 ชุมชนบ้านใหม่พร้อมใจฟื้นฟูตลาดชุมชนอายุกว่า 100 ปี เปิด “ตลาดบ้านใหม่” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมวิถีชีวิตย้อนยุค เลือกชิมอาหารรสอร่อย เลือกซื้อของฝากจากแปดริ้ว ช่วงแรกร้านค้ายังมีจำนวนไม่มากนักจึงเปิดให้เที่ยวชมเฉพาะ ในช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุด นักขัตฤกษ์ เวลาผ่านพ้นไป 2 ปี ความเงียบเหงาของวันวานถูกปรับเปลี่ยนเริ่มกลับมาคึกคักมากขึ้น ร้านค้าร้านขายเพิ่มจำนวนหนาแน่นมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดบ้านใหม่ในทุกวันนี้มีความจอแจของทั้งคนซื้อและคนขาย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดฉะเชิงเทราในวันธรรมดา สามารถที่จะมาเที่ยวชมตลาดเก่าได้ทุก ๆ วัน พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์บ้านเรือนเก่า ๆ ที่สวยงามและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งมีวิถีชีวิตชุมชนที่มีมนต์เสน่ห์เฉพาะท้องถิ่นซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนที่ ตลาดบ้านใหม่และตลาดคลองสวน และในปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดฉะเชิงเทรา จุดเด่นของตัวตลาดบ้านใหม่ที่มีวิถีชีวิตเฉพาะถิ่นส่งผลให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเป็นหลายเส้นทางและที่โดดเด่นทุกคนจะต้องไม่พลาดใช้เส้นทางท่องเที่ยวนี้ในช่วงวันหยุดพักผ่อน นั้นคือ “ กิจกรรมล่องเรือชมแม่น้ำบางปะกง ” นักท่องเที่ยวที่มีเวลาสัก 1 วัน เริ่มต้นกราบขอพร “ หลวงพ่อพุทธโสธร...องค์จริง ” ชมพระอุโบสถมูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท สถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ที่ใช้หินอ่อนนำเข้าจากประเทศอิตาลีทั้งหมด งดงามและแปลกตาที่สุดคงจะเป็นพื้นของพระอุโบสถที่ช่างจะตัดหินอ่อนหลากสีแล้วนำมาประกอบเป็นรูปต่าง ๆ เล่าเรื่องในพุทธประวัติ งามและละเอียดอ่อนอย่างไรต้องขอแนะนำให้เข้าไปชมด้วยตนเอง จากนั้นเดินเท้าไปยังท่าน้ำวัดโสธรวรารามวรวิหาร จับจองที่นั่งในเรือเพื่อล่องชมทิวทัศน์สองฝั่ง พร้อมฟังเรื่องราวแห่งลุ่มแม่น้ำบางปะกง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ระหว่างการเดินทาง ก่อนจะขึ้นที่ท่าน้ำตลาดบ้านใหม่ เลือกซื้อเลือกชมสินค้าที่ตลาด สุดท้ายมัคคุเทศก์จะนำนักท่องเที่ยวทุกท่านแวะไหว้สักการะเทพเจ้าแห่งโชคลาภ รวมทั้งพระประธานเทพเจ้าตามคติความเชื่อของชาวจีน (37 องค์ สร้างจากกระดาษ) ประดิษฐสถาน ณ วัดจีนประชาสโมสร, หรือไหว้องค์หลวงพ่อโต (ซำปอกง) ที่วัดอุภัยภาติการาม ก่อนจะเดินทางกลับเส้นทางเรือ โดยสวัสดิภาพ การเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ สามารถใช้เส้นทางได้หลายเส้นทาง 1) ใช้ถนนหมายเลข 304 มีนบุรี – ฉะเชิงเทรา, 2) ใช้ถนนหมายเลข 34 บางนา – ตราด เลี้ยวเข้าถนนหมายเลข 314 บางปะกง – ฉะเชิงเทรา,3) ใช้ถนนหมายเลข3 สมุทรปราการ – บางปะกง แล้วต่อด้วยถนนหมายเลข 314 บางปะกง – ฉะเชิงเทรา, 4) ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ ฯ – พัทยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 314 บางปะกง – ฉะเชิงเทรา มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทรา รถโดยสารประจำทาง จากรุงเทพ ฯ มีรถประจำทางออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2) และสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) รถไฟ (หัวลำโพง) มีขบวนรถไฟมาฉะเชิงเทราทุกวัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาโดยรถสาธารณะ มีรถโดยสารเล็กจากสถานีสายรอบเมืองวิ่งผ่านวัดโสธรวรารามวรวิหารหรือตลาด สามารถเลือกและเดินทางได้สะดวกสบาย ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ • สำนักงาน ททท.ภาคกลางเขต 8โทร.0-3731-2282, 0-3731-2284 www.tat8.com บริษัทบางปะกง ชาร์เตอร์ จำกัด โทร.0-3851-4333, 0-3851-8881, 08-9666-4266

ข้อมูลโดย : http://www.thai-tour.com/thai-tour/Central/Chacheongsao/data/place/pic-baanmai-market.htm



ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

เขาดิน

สถานที่ตั้ง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราลักษณะเขาดินมีลักษณะเป็นเนินหินแกรนิตที่เป็นหินชนิดเดียวกับหินที่ราบบริเวณเขาสามมุข จังหวัดชลบุรี มีความสูงจากพื้นที่ราบรอบบริเวณเขาดินประมาณ ๑๕ เมตร ตั้งอยู่โดดเดี่ยวล้อมรอบด้วยทุ่งนาและป่าจาก บนยอดเขาซึ่งมีต้นไม้ขนาดเล็กขึ้นอยู่นั้นเป็นที่ตั้งของ "วัดเขาดิน" หรือ "วัดปถวีบัพตาราม" นับว่าเป็นแหล่งโบราณคดีบนเนินหินและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งเดียวของอำเภอบางปะกง ที่มีความสูงกว่าที่แหล่งอื่นหลักฐานที่พบภายในวัดมีมณฑปร้างเหลือแต่อิฐสีเทาอยู่หลังหนึ่ง สันนิษฐานว่าเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสตอนขากลับจากเสด็จฯ ชายทะเลตะวันตก เมื่อ พ.ศ.๒๔๐๑เส้นทางเข้าสู่เขาดินออกจากตัวเมืองฉะเชิงเทราไปตามลำน้ำบางปะกงประมาณ ๑๔ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าคลองอ้อมไปอีก ๒ กิโลเมตรหรือเดินทางโดยรถยนต์ไปตามถนนหมายเลข ๓๑๔ จากจังหวัดฉะเชิงเทราเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิท ถึงทางเข้าโรงไฟฟ้าบางปะกงเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นก่อนถึงโรงไฟฟ้าจะมีทางแยกเลี้ยวขวาเข้าไปยังบริเวณเขา

ข้อมูลโดย : ประเพณีไทย


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

โจรอินเตอร์เน็ต

ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้นทุกวัน เราสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้จากทุก ๆ สถานที่เพื่อทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง แม้จะได้รับความสะดวกสบายแต่ก็ต้องเสี่ยงกับการเปิดเผยข้อมูลสำคัญออกไปโดย ที่ไม่ได้ตั้งใจ และอาจไม่รุ้ตัววันนี้ผมมีตัวอย่างการโจมตีเครื่องของคุณผ่านระบบเครือข่ายแบบต่าง ๆ และการหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี- Packet Sniffersคือ การที่แฮกเกอร์ใช้กับดักจับแพ็กเก็ตที่วิ่งอยู่ในเครือข่ายเพื่อดัก ข้อมูลสำคัญ เช่นพาสส์เวิร์ค รหัสบัตรเครดิตเป็นต้น การหลีกเลี่ยงการโดนดักข้อมูลทำได้หลายวิธี เช่นเพิ่ม Authentication ให้มากขึ้นใช้เครื่องมือต่าง ๆ ทั้งที่เป็นฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ช่วยป้องกันใช้เข้ารหัส (Cryptography)- IP Spoofingเป็น วิธีการที่แฮกเกอร์จะปลอมตัวเสมือนว่าเป็นผู้ใช้งานปกติแล้วตั้งเครือ ข่ายเพื่อเป็นฐานในการโจมตีแบบอื่น ๆ ต่อไป วิธีหลีกเลี่ยงคือต้องกำหนด Access Control ให้รัดกุมขึ้นก็จะช่วยได้- Denial-of-Service (Dos)ถือ ได้ว่าเป็นการโจมตีที่คลาสสิคที่สุด เนื่องจากความง่ายในการโจมตี ความเสียหายที่รุนแรง มีหลายวิธีมากเช่น Ping of Death , TCP SYN Flood ,TFN,Trinoo,Trinoo,Trinty ,Stacheldraht ซึ่งลักษณะการโจมตีแบบ Dos นั้นไม่ได้มุ่งหวังที่จะเจอะระบบเพื่อขโมยข้อมุล แต่มุ่งหวังจะทำให้บริการใด ๆ ที่อยู่ในเครือข่ายนั้น ๆ ไม่สามารถให้บริการได้ต่อไป ซึ่งสามารถทำได้โดยการเรียกใช้ทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์นั้นให้หมดไป ก็จะสร้างผลกระทบต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เราสามารถลดโอกาสการโจมตีแบบนี้ได้ด้วยการตั้งค่าไฟร์วอลล์- Brute-Force Attackเป็น วิธีที่แฮกเกอร์ใช้ซอฟต์แวร์ทำการสุ่มหาพาสส์เวิร์ดของผู้ใช้ และเข้าไปสร้าง Back Door เอาไว้เพื่อเจอะระบบในครั้งต่อไป วิธีการป้องกันทำได้โดยการตั้ง พาสส์เวิร์ดให้ยากต่อการคาดเดา และหมั่นเปลี่ยน พาสส์เวิร์ด บ่อย ๆ- การโจมตีแบบอื่น ๆนอกจากนี้ ยังมีการโจมตีในระดับแอพลิเคชั่น ซึ่งเป็นการหาช่องโหว่ของ แอพลิเคชั่นนั้น ๆ เพื่อเข้าโจมตีระบบ วิธีแก้ไขคือหมั่นติดตั้ง Patch ให้กับแอพลิเคชั่นอย่างสม่ำเสมอที่กล่าวมาข้างต้นเป็นแค่ตัวอย่างบาง ส่วนหากต้องการความปลอดภัยจริง ๆ ก็คงจะต้องร่วมมือร่วมใจป้องกันอย่างต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงความเสียหายอยู่ตลอดเวลา เพียงเท่านี้คุณก็ย่อมสบายใจได้มากกว่าเดิมหลายเท่าแล้วปัจจุบันอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้นทุกวัน เราสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้จากทุก ๆ สถานที่เพื่อทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง แม้จะได้รับความสะดวกสบายแต่ก็ต้องเสี่ยงกับการเปิดเผยข้อมูลสำคัญออกไปโดย ที่ไม่ได้ตั้งใจ และอาจไม่รุ้ตัววันนี้ผมมีตัวอย่างการโจมตีเครื่องของคุณผ่านระบบเครือข่ายแบบต่าง ๆ และการหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี- Packet Sniffersคือ การที่แฮกเกอร์ใช้กับดักจับแพ็กเก็ตที่วิ่งอยู่ในเครือข่ายเพื่อดัก ข้อมูลสำคัญ เช่นพาสส์เวิร์ค รหัสบัตรเครดิตเป็นต้น การหลีกเลี่ยงการโดนดักข้อมูลทำได้หลายวิธี เช่นเพิ่ม Authentication ให้มากขึ้นใช้เครื่องมือต่าง ๆ ทั้งที่เป็นฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ช่วยป้องกันใช้เข้ารหัส (Cryptography)- IP Spoofingเป็น วิธีการที่แฮกเกอร์จะปลอมตัวเสมือนว่าเป็นผู้ใช้งานปกติแล้วตั้งเครือ ข่ายเพื่อเป็นฐานในการโจมตีแบบอื่น ๆ ต่อไป วิธีหลีกเลี่ยงคือต้องกำหนด Access Control ให้รัดกุมขึ้นก็จะช่วยได้- Denial-of-Service (Dos)ถือ ได้ว่าเป็นการโจมตีที่คลาสสิคที่สุด เนื่องจากความง่ายในการโจมตี ความเสียหายที่รุนแรง มีหลายวิธีมากเช่น Ping of Death , TCP SYN Flood ,TFN,Trinoo,Trinoo,Trinty ,Stacheldraht ซึ่งลักษณะการโจมตีแบบ Dos นั้นไม่ได้มุ่งหวังที่จะเจอะระบบเพื่อขโมยข้อมุล แต่มุ่งหวังจะทำให้บริการใด ๆ ที่อยู่ในเครือข่ายนั้น ๆ ไม่สามารถให้บริการได้ต่อไป ซึ่งสามารถทำได้โดยการเรียกใช้ทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์นั้นให้หมดไป ก็จะสร้างผลกระทบต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เราสามารถลดโอกาสการโจมตีแบบนี้ได้ด้วยการตั้งค่าไฟร์วอลล์- Brute-Force Attackเป็น วิธีที่แฮกเกอร์ใช้ซอฟต์แวร์ทำการสุ่มหาพาสส์เวิร์ดของผู้ใช้ และเข้าไปสร้าง Back Door เอาไว้เพื่อเจอะระบบในครั้งต่อไป วิธีการป้องกันทำได้โดยการตั้ง พาสส์เวิร์ดให้ยากต่อการคาดเดา และหมั่นเปลี่ยน พาสส์เวิร์ด บ่อย ๆ- การโจมตีแบบอื่น ๆนอกจากนี้ ยังมีการโจมตีในระดับแอพลิเคชั่น ซึ่งเป็นการหาช่องโหว่ของ แอพลิเคชั่นนั้น ๆ เพื่อเข้าโจมตีระบบ วิธีแก้ไขคือหมั่นติดตั้ง Patch ให้กับแอพลิเคชั่นอย่างสม่ำเสมอที่กล่าวมาข้างต้นเป็นแค่ตัวอย่างบาง ส่วนหากต้องการความปลอดภัยจริง ๆ ก็คงจะต้องร่วมมือร่วมใจป้องกันอย่างต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงความเสียหายอยู่ตลอดเวลา เพียงเท่านี้คุณก็ย่อมสบายใจได้มากกว่าเดิมหลายเท่าแล้วปัจจุบันอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้นทุกวัน เราสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้จากทุก ๆ สถานที่เพื่อทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง แม้จะได้รับความสะดวกสบายแต่ก็ต้องเสี่ยงกับการเปิดเผยข้อมูลสำคัญออกไปโดย ที่ไม่ได้ตั้งใจ และอาจไม่รุ้ตัววันนี้ผมมีตัวอย่างการโจมตีเครื่องของคุณผ่านระบบเครือข่ายแบบต่าง ๆ และการหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี- Packet Sniffersคือ การที่แฮกเกอร์ใช้กับดักจับแพ็กเก็ตที่วิ่งอยู่ในเครือข่ายเพื่อดัก ข้อมูลสำคัญ เช่นพาสส์เวิร์ค รหัสบัตรเครดิตเป็นต้น การหลีกเลี่ยงการโดนดักข้อมูลทำได้หลายวิธี เช่นเพิ่ม Authentication ให้มากขึ้นใช้เครื่องมือต่าง ๆ ทั้งที่เป็นฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ช่วยป้องกันใช้เข้ารหัส (Cryptography)- IP Spoofingเป็น วิธีการที่แฮกเกอร์จะปลอมตัวเสมือนว่าเป็นผู้ใช้งานปกติแล้วตั้งเครือ ข่ายเพื่อเป็นฐานในการโจมตีแบบอื่น ๆ ต่อไป วิธีหลีกเลี่ยงคือต้องกำหนด Access Control ให้รัดกุมขึ้นก็จะช่วยได้- Denial-of-Service (Dos)ถือ ได้ว่าเป็นการโจมตีที่คลาสสิคที่สุด เนื่องจากความง่ายในการโจมตี ความเสียหายที่รุนแรง มีหลายวิธีมากเช่น Ping of Death , TCP SYN Flood ,TFN,Trinoo,Trinoo,Trinty ,Stacheldraht ซึ่งลักษณะการโจมตีแบบ Dos นั้นไม่ได้มุ่งหวังที่จะเจอะระบบเพื่อขโมยข้อมุล แต่มุ่งหวังจะทำให้บริการใด ๆ ที่อยู่ในเครือข่ายนั้น ๆ ไม่สามารถให้บริการได้ต่อไป ซึ่งสามารถทำได้โดยการเรียกใช้ทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์นั้นให้หมดไป ก็จะสร้างผลกระทบต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เราสามารถลดโอกาสการโจมตีแบบนี้ได้ด้วยการตั้งค่าไฟร์วอลล์- Brute-Force Attackเป็น วิธีที่แฮกเกอร์ใช้ซอฟต์แวร์ทำการสุ่มหาพาสส์เวิร์ดของผู้ใช้ และเข้าไปสร้าง Back Door เอาไว้เพื่อเจอะระบบในครั้งต่อไป วิธีการป้องกันทำได้โดยการตั้ง พาสส์เวิร์ดให้ยากต่อการคาดเดา และหมั่นเปลี่ยน พาสส์เวิร์ด บ่อย ๆ- การโจมตีแบบอื่น ๆนอกจากนี้ ยังมีการโจมตีในระดับแอพลิเคชั่น ซึ่งเป็นการหาช่องโหว่ของ แอพลิเคชั่นนั้น ๆ เพื่อเข้าโจมตีระบบ วิธีแก้ไขคือหมั่นติดตั้ง Patch ให้กับแอพลิเคชั่นอย่างสม่ำเสมอที่กล่าวมาข้างต้นเป็นแค่ตัวอย่างบาง ส่วนหากต้องการความปลอดภัยจริง ๆ ก็คงจะต้องร่วมมือร่วมใจป้องกันอย่างต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงความเสียหายอยู่ตลอดเวลา เพียงเท่านี้คุณก็ย่อมสบายใจได้มากกว่าเดิมหลายเท่าแล้ว

ที่มา : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=p-funny&month=05-2009&date=17&group=2&gblog=4

วินโดวส์ ไลฟ์ สกายไดร์ฟ (Windows Live SkyDrive) ให้พื้นที่จัดเก็บและแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวออนไลน์ 25 กิกะไบต์ ฟรี

อิสระในการถ่ายโอนข้อมูลสิ่งหนึ่งที่มักสร้างปัญหาให้กับผู้คนส่วนใหญ่ คือ การหาวิธีจัดการไฟล์ข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่มากมายให้เป็นสัดส่วน และการโยกย้ายไฟล์ต่างๆ จากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง หรือต้องการที่จะแชร์ไฟล์รูปภาพ เพลง วิดีโอ ให้กับเพื่อนหรือครอบครัว
สมมุติว่า ถ้าคุณทำงานโดยใช้ข้อมูลจากที่ออฟฟิศ แล้วคุณอยากเอางานนั้นกลับไปทำต่อที่บ้าน คุณมีสามทางเลือก คือ หิ้วคอมพิวเตอร์แล็บท็อปของคุณกลับบ้านไปด้วย หรือส่งอีเมล์แนบไฟล์ข้อมูลให้ตนเอง หรือเลือกเซฟข้อมูลใส่ ธัมไดร์ฟ (thumb-drive) สามทางเลือกข้างต้นเป็นวิธีที่ดี แต่ถ้าหากคอมพิวเตอร์แล็บท็อปของคุณเสีย หรือข้อมูลเสียหายระหว่างการถ่ายโอน แล้วคุณจะทำอย่างไร
ซึ่ง สกายไดร์ฟ (SkyDrive) ให้ความสะดวกกับคุณได้มากกว่า ง่ายๆ เพียงแค่ทำการอัพโหลดไฟล์ข้อมูล เข้าสู่โฟลเดอร์ส่วนตัวของคุณบนสกายไดร์ฟ ก็สามารถช่วยบรรเทาปัญหาที่จะต้องหิ้วคอมพิวเตอร์แล็บท็อปไปด้วย อีกทั้งความจุขนาด 25 กิกะไบต์ ที่สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า เมื่อเทียบกับการใช้ธัมไดร์ฟ (thumb-drive)
การป้องกัน ด้วยรหัสผ่านความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ที่คนส่วนใหญ่มักกังวลเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัว ซึ่ง วินโดวส์ ไลฟ์ สกายไดร์ฟ มาพร้อมกับระบบป้องกันที่แยกรหัสผ่านสำหรับแต่ละโฟลเดอร์ คุณสามารถสร้างโฟลเดอร์ให้ทุกคนโดยทั่วไปสามารถเข้าชมได้ หรืออนุญาตให้เข้าชมเฉพาะบุคคลที่เรายินยอมเท่านั้นก็ได้ คุณสามารถเลือกที่จะเก็บข้อมูลเป็นส่วนตัวและเลือกใช้งานไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ตามแต่ความต้องการ
สำหรับโฟลเดอร์ที่คุณแชร์ไฟล์ข้อมูล รูปภาพ และอื่นๆนั้น เพื่อนๆหรือบุคคลที่อยู่ในลิสต์ของคุณยังจะได้รับประโยชน์ ที่จะสามารถอัพโหลด ดาวน์โหลด และเขียนส่งข้อความโต้ตอบเกี่ยวกับไฟล์ทุกไฟล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์นั้นได้ ในขณะเดียวกัน คุณเองก็สามารถเลือกที่จะกำหนดได้ว่า ให้ใครสามารถอัพโหลด ดาวน์โหลด หรือเขียนข้อความเกี่ยวกับไฟล์นั้นๆได้ และให้ใครที่สามารถทำได้เฉพาะการเยี่ยมชมข้อมูลเท่านั้น
เลือกใช้งาน สกายไดร์ฟ (SkyDrive) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดบางทีคุณอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้ ที่คุณอาจต้องการใช้งาน สกายไดร์ฟ (SkyDrive)• แบ่งปันรูปถ่ายในวันหยุดพักผ่อนของคุณ หากคุณเพิ่งกลับจากวันหยุดพักผ่อนที่น่าประทับใจในยุโรป แล้วอยากจะแชร์รูปถ่ายให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวได้ดู คุณไม่ต้องรวมรูปที่มีไฟล์ใหญ่ๆ ลงในอีเมล์อีกต่อไป เพียงแค่คุณสร้างอัลบั้มส่วนตัวบน สกายไดร์ฟ (SkyDrive) แล้วเลือกรูปของคุณมาใส่ในอัลบั้ม เท่านี้ก็สามารถแบ่งปันความสุขให้กับทุกคนได้
• เป็นผู้ช่วยสำหรับการจัดงานแต่งงานของคุณ คุณอาจจะต้องเตรียมงานแต่งงานของคุณ ร่วมกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่อาศัยอยู่คนละซีกโลก งานนี้คุณเพียงสร้างแชร์โฟลเดอร์ขึ้นมาบน สกายไดร์ฟ (SkyDrive) เพื่อช่วยให้คุณสามารถอัพโหลดข้อมูลต่างๆ เช่น ภาพสถานที่จัดงาน ชุดที่จะใส่ในงาน รายการสิ่งของที่ต้องใช้ และอื่นๆ อีกมากมาย วิธีนี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา ไม่พลาดแม้แต่นิดเดียว
• ช่วยในการทำงานกลุ่ม สกายไดร์ฟ (SkyDrive) สามารถช่วยให้การทำงานกลุ่มของคุณกับเพื่อนๆมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการอัพโหลดไฟล์งานต่างๆที่เกี่ยวข้องลงในโฟลเดอร์เฉพาะกิจ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลในการทำงานได้โดยสะดวกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ดังนั้นคุณไม่ต้องใช้เวลาทำงานที่โรงเรียนหรือที่สำนักงาน ร่วมกันทั้งคืนอีกต่อไป

ที่มา : Thaibusinesspr.com

ภัยร้ายจากช้อปปิ้งออนไลน์: บทเรียนจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

พนักงานซื้อสินค้าออนไลน์ช่วงส่งท้ายปีเก่า คุกคามความปลอดภัยขององค์กร
สำหรับช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้ คาดว่ายอดขายสินค้าทางออนไลน์จะเพิ่มขึ้นจนถึงระดับ 44,700 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว แต่ก่อนที่จะถึงเวลานั้น นักช้อปทั้งหลายอาจจะต้องศึกษาบทเรียนบางอย่างจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เหมือนในนวนิยายคลาสสิกเรื่อง A Christmas Carol ของชาร์ลส์ ดิคเกนส์
ในขณะที่ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่กำลังจะมาถึง ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่อาจจะต้องระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับการช้อปปิ้งผ่านระบบออนไลน์ เพราะบทเรียนจากอดีตชี้ให้เห็นว่านี่คือช่วงโอกาสทองสำหรับอาชญากรในโลกไซเบอร์ที่ต้องการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลลับทางการเงินของนักช้อปที่ไม่ทันระวังตัว
นอกจากนี้ หากพิจารณาข้อเท็จจริงในปัจจุบันแล้ว นักช้อปบนระบบออนไลน์ก็จะยิ่งประหลาดใจมากขึ้น เพราะสองในสามของมัลแวร์ที่มีอยู่บนเว็บในตอนนี้ถูกค้นพบในช่วงปี 2551 เพียงปีเดียว และมัลแวร์ก็มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในช่วงปี 2552 ทั้งนี้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2552 พบว่าการหลอกลวงในรูปแบบฟิชชิ่ง (Phishing) เพิ่มขึ้นถึง 585% เลยทีเดียว โดยครอบคลุมแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากกว่า 300 แบรนด์ทั่วโลก และทุกวันนี้ แฮคเกอร์ใช้ประโยชน์จากผลลัพธ์การค้นหาด้วยเสิร์ชเอนจิ้นยอดนิยม (เช่น การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์ Zhu Zhu) เพื่อล่อหลอกให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดมัลแวร์โดยไม่รู้ตัว
ยิ่งไปกว่านั้น พบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของพนักงานทั้งหมดใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของบริษัทเพื่อซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงด้านความปลอดภัยสำหรับองค์กร กล่าวคือ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพนักงานเหล่านี้ชักนำมัลแวร์เข้าสู่ระบบเครือข่ายขององค์กรในท้ายที่สุด?
โปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีการอัพเดตข้อมูลทุกวันและระบบไฟร์วอลล์ที่มีการตรวจสอบที่เลเยอร์ของแพ็คเก็ตข้อมูลจะช่วยป้องกันภัยคุกคามเครือข่ายบางประเภท แต่ก็ไม่อาจให้การป้องกันอย่างสมบูรณ์ต่อการโจมตีเว็บแบบไดนามิก ซึ่งปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ยอดนิยม หรือการหลอกลวงในรูปแบบฟิชชิ่ง ซึ่งใช้ประโยชน์จากความไว้เนื้อเชื่อใจที่ผู้ใช้มีต่อเว็บไซต์ที่ถูกกฎหมาย แบรนด์ที่มีชื่อเสียง และเสิร์ชเอนจิ้นที่เป็นที่รู้จัก นอกจากนี้ การดาวน์โหลดมัลแวร์ผ่านเว็บไซต์และการแจ้งเตือนที่เป็นเท็จ (เช่น “โปรแกรม Flash Player ของคุณล้าสมัยแล้ว”) กลายเป็นเครื่องมือหลักที่ใช้ในการแพร่กระจายมัลแวร์ และด้วยเหตุนี้ องค์กรต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีเลเยอร์เพิ่มเติมสำหรับการปกป้องเว็บ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว
ในการเสริมสร้างระบบรักษาความปลอดภัย องค์กรต่างๆ ควรเลือกใช้โซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยบนเว็บที่ผสานรวมเทคโนโลยีในการจำแนกประเภทของเนื้อหาเว็บ และการวิเคราะห์ภัยคุกคามเชิงลึก เพื่อระบุภัยคุกคามที่มีอยู่และภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ และปกป้องผู้ใช้ให้รอดพ้นจากภัยคุกคามเหล่านั้น ไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่ที่ใดก็ตาม
ปัจจุบัน เว็บไซต์ทั่วไปประกอบด้วยโดเมนย่อยนับสิบโดเมน รวมถึงลิงค์ URL จากเซิร์ฟเวอร์ที่อาจเป็นช่องทางการโจมตีสำหรับอาชญากรในโลกไซเบอร์ ด้วยเหตุนี้ เพื่อการปกป้องที่ดีที่สุด องค์กรจึงจำเป็นที่จะต้องสามารถตรวจสอบเว็บลิงค์ใหม่ๆ ทั้งหมด รวมถึงเว็บลิงค์ที่ไม่รู้จัก โดยอาศัยการวิเคราะห์และจำแนกประเภท URL ในแบบเรียลไทม์ ในทางกลับกัน ผู้ใช้ทุกคนต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการอัพเดตหรือดาวน์โหลดซอฟต์แวร์อื่นๆ เพื่อการคุ้มครองระบบ ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยแบบออนดีมานด์นี้ ผู้ใช้ภายในองค์กรจะได้รับการปกป้องทั้งที่บ้าน ในขณะเดินทาง หรือบนเครือข่ายขององค์กร
ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่านี้ คุณคงพอจะคาดเดาได้ว่าภัยคุกคามทั้งหมดที่กล่าวมาอาจสร้างความเสียหายให้กับระบบรักษาความปลอดภัยในองค์กรของคุณอย่างไรบ้าง ดังนั้นคุณจึงควรจัดเตรียมของขวัญปีใหม่ด้วยการจัดสรรงบประมาณสำหรับการจัดซื้อระบบป้องกันภัยบนเว็บรุ่นอนาคตในช่วงปี 2553 ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างองค์กรของคุณให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับมัลแวร์และฟิชชิ่งที่แพร่ระบาดอย่างกว้างขวางในช่วงปีนี้

ที่มา : Thaibusinesspr.com

บทความ วิธีเพิ่มความเร็ว อินเตอร์เน็ต ให้เร็วที่สุดครับใช้ได้จริง เฉพาะ WINDOW XP เท่านั่น

1. คลิกที่ปุ่ม Start 2. เลือกที่แถบรายการ Run 3. ที่ช่อง Open พิมพ์คำว่า gpedit.msc แล้วคลิก OK 4. จะแสดงหน้าต่างของการปรับแต่ง Group Policy 5. ที่ Computer Configaration เลือกแถบ Administrative Templates 6. หัวข้อ Network เลือกที่ QoS Packet Scheduler 7. มองหน้าต่างด้านขวามือ ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwidth 8. จะปรากฎกรอบหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwidth Properties 9. เลือกแถบ Setting คลิกที่ช่อง Enable 10. ในช่อง bandwidth limit (%) : ปรับค่าเป็น 0 11. คลิก OK เพื่อยืนยันการใช้งาน แค่นี้เองลองนำไช้ดูครับ
แค่นี้เป็นอันเรียบร้อยคับ ไม่มีผลเสียต่อ computer แถมเน็ตเร็วขึ้นครับ

ผมทำแล้วเร็วขึ้นจริงๆนะครับจากความรู้สึก

ที่มา : http://atcloud.com/stories/19010

5 วิธีที่นิยมใช้ป้องกันตัวเอง จากฟิชชิ่ง

ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ประกาศแจ้งเตือนอี-เมลหลอกลวงให้หลงเชื่อว่าไมโครซอฟท์จะมอบเงินแก่ผู้ที่ ส่งอี-เมลจากไมโครซอฟท์ต่อให้เพื่อน เนื้อหาว่า "บริษัท ไมโครซอฟท์ ทำการสำรวจการตลาดผู้ที่ใช้ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตของไมโครซอฟท์ โดยแจกเงินให้กับผู้ส่งอี-เมลต่อไปให้เพื่อน" อย่างแพร่หลายต่อๆ กันไป ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้ได้รับ อี-เมล ซึ่งไมโครซอฟต์ไม่มีนโยบายในการสำรวจข้อมูลหรือมอบเงินในลักษณะดังกล่าว แก่ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์โซลูชั่นหรือโปรแกรมใดๆ หากผู้ใดได้รับอี-เมลนี้อย่าหลงเชื่อ หรือส่งต่อให้เพื่อนโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือเสี่ยงต่อระบบรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ คำเตือนในการระมัดระวังฟิชชิ่ง และข้อความอี-เมลหลอกลวงพึงปฏิบัติเบื้องต้น ควรระมัดระวังอี-เมลที่ถามข้อมูลส่วนบุคคลของเรา ที่ถามชื่อ วันเกิด หมายเลขประกันสังคม ชื่อผู้ใช้-รหัสผ่านอี-เมล หรือข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่นใดๆ ให้ถือเป็นการหลอกลวงเกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าอี-เมลนั้นจะส่งมาจากผู้ใดก็ตาม หากมีเหตุผลใดๆ ที่เชื่อได้ว่าอี-เมลดังกล่าวอาจถูกต้องตามกฎหมาย โปรดอย่าตอบกลับอี-เมลนั้น หรือคลิกไฮเปอร์ลิงค์ใดๆ แต่ให้ใช้การคัดลอกและวาง URL ของเว็บหรือเข้าไปที่เว็บไซต์ของบริษัทเพื่อสอบถามข้อมูลแทน โดยเราควรติดต่อผ่านช่องทางการสนับสนุนของบริษัทเพื่อยืนยันความถูกต้องตามกฎหมาย ควรอ่านอี-เมลที่น่าสงสัยอย่างละเอียด อี-เมลที่ใช้คำไม่ถูกต้อง มีการพิมพ์ผิด หรือมีประโยค เช่น "นี่ไม่ใช่เรื่องตลก" หรือ "โปรดส่งต่อข้อความนี้ไปให้เพื่อนของคุณ" โดยทั่วไปจะถือว่าเป็นอี-เมลหลอกลวง บางครั้งชื่อบริษัทหรือแบรนด์อาจสะกดผิดหรือไม่ถูกต้อง เช่น ใช้คำว่า Windows Hotmail (แทนการใช้ Windows Live Hotmail) ควรเก็บรักษารหัสอี-เมลให้ดี กำหนดรหัสผ่านที่ไม่สามารถเดาได้ ใช้อักขระมากกว่า 7 ตัว และมีการใช้อักขระตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และอักขระพิเศษ เช่น สัญลักษณ์ @ หรือ # ผสมกัน และควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ หากได้รับการแจ้งเตือนจากฝ่ายบริการลูกค้า Microsoft ซึ่งขอยืนยันคำขอของคุณในการเปลี่ยนรหัสผ่าน ดังที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และคุณยังไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านของคุณ แสดงว่ามีผู้กำลังพยายามเข้าใช้บัญชี Hotmail ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทันที โดยเข้าไปที่ http://account.live.com หรือใน Hotmail คลิกตัวเลือก และคลิกดูและแก้ไข ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ คุณจะได้รับพร้อมท์ให้ลงชื่อเข้าสู่ระบบอีกครั้ง เมื่อคุณดำเนินการ ให้มองหา "ข้อมูลการตั้งค่ารหัสผ่านใหม่" ใต้ชื่อของคุณที่ด้านบน เปลี่ยนทั้งรหัสผ่านและคำถามเฉพาะ/คำตอบเฉพาะของคุณ เนื่องจากข้อมูลทั้งสองอาจถูกเปิดเผย การดำเนินการหากคิดว่ามีผู้เข้าอี-เมล และลงชื่อ ID ดูไม่น่าไว้ใจ หรือได้รับอี-เมลน่าสงสัยซึ่งพยายามจะขอยืนยันการเปลี่ยนรหัสผ่านที่คุณไม่ได้อนุญาต ให้เปลี่ยนรหัสผ่านตัวเองทันที อีกทั้งให้ความร่วมมือในการแจ้งการหลอกลวงใหม่ หากใช้ Hotmail ก็สามารถเลือกรายการแบบหล่นลงที่อยู่ข้างๆ "อีเมลขยะ" แล้วเลือก "รายงานการหลอกลวงฟิชชิ่ง" อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญโปรดอย่าตอบกลับผู้ส่ง

ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/30388